กลโกง-แอพฯเถื่อน ปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด โทร.คุกคาม-ขู่ฆ่าลูก สาวลุย-จี้ตร.เร่งล่าตัว

กลโกง-แอพฯเถื่อน ปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด – สำหรับกรณีแอพพลิเคชั่นเงินกู้เถื่อน ที่ใช้ความสิ้นหวังของประชาชนที่ต้องเผชิญกับภาวะโรคระบาดโควิด เป็นโอกาสในการเสวยสุข

ด้วยการหลอกลวง ใช้เทคโนโลยีออนไลน์รูปแบบใหม่ ที่บรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและกระทรวงดีอีเอส ไม่รู้เท่าทัน เป็นช่องทางหลอกลวงปล่อยเงินกู้ แถมยังเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อ

ลามไปเป็นการข่มขู่คุกคามทวงหนี้อย่างถึงลูกถึงคน ไม่ได้หวาดกลัวกฎหมายเลยแม้แต่น้อย

จนกระทั่งเหยื่อสาวที่เป็นยูทูบเบอร์และเน็ตไอดอลโพสต์เตือนภัยสังคม จึงได้เป็นที่รับรู้

ซึ่งหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบก็ประชาสัมพันธ์ชี้แจงอย่าให้ตกเป็นเหยื่อ

เป็นยุคที่ประชาชนต้องช่วยตัวเอง เตือนภัยกันเอง เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้

■ แฉเงินกู้โหด-โทร.ขู่ฆ่าลูก

เรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย ข้างกาย เอรียาสกุล เน็ตไอดอลและยูทูบเบอร์สาว โพสต์เตือนภัยเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ถูกคุกคามจากคนใช้แอพพลิเคชั่นเงินกู้ ระบุ “ถ้าไม่จ่าย กูจะเอาลูกปืนให้ลูกมึงกิน”

โดยเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา มีโทรศัพท์เข้ามาที่โทรศัพท์ส่วนตัว ใช้หมายเลข 09-4340-9081 โดยตนก็ทักทายตามมารยาท เพราะถึงไม่รู้จัก แต่ก็คิดว่าเป็นลูกค้าทางธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ว่า “นี่แม่ของซันนี่ใช่มั้ย อีบีอยู่ไหน?” ซึ่งตนก็ถามกลับไปว่า “ไม่มีค่ะ ที่นี่ไม่มีคนชื่อบี คุณคงโทร.ผิดแล้วค่ะ แล้วน้องซันไปเกี่ยวอะไรด้วย?”

แต่แทนที่จะชี้แจง ปลายสายกลับด่าด้วยคำหยาบคาย แล้วระบุว่า “อีบีมายืมตังค์กูไปแล้วไม่ใช้คืน จะไม่รู้จักมันได้ยังไง มันยังเมมเบอร์ไว้เลยว่าแม่ซันนี่ ให้ข้อมูลว่าเป็นบุคคลอ้างอิงถ้าไม่จ่ายหนี้ ก็มาตามที่นี่ไง”

สาวโร่แจ้งความ

ทำให้ตนต้องตอบกลับไปว่าไม่รู้เรื่องจริงๆ แล้วก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคนชื่อบี และก็ไม่เกี่ยวกับลูก แต่ปลายสายก็ยังสาธยายโอ้อวดเพาเวอร์ของตัวเองว่าใหญ่คับฟ้า

ขู่ว่าถ้าไม่บอกให้บีคืนเงินหรือไม่ชดใช้แทน ลูกชายกายต้อง เตรียมตัวตาย

พูดชัดเจนว่า “กูรู้ลูกมึงเรียนโรงเรียน…กับอีบี ถ้ามึงยังปากดี ลูกมึงได้ตายฟรีแน่!” ขู่ สารพัดคำถ่อยๆ ที่จะสรรหามาได้

ข้างกาย โพสต์ต่อไปว่า ยอมรับว่าตอนแรกก็กลัว เพราะไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็นใคร อยู่ที่ไหน แล้วจะรู้ที่อยู่บ้านเราไหม แถมยังรู้ชื่อลูก รู้ชื่อโรงเรียนลูก จึงพยายามชวนคุยไปเรื่อยๆ เพื่อเก็บข้อมูลว่ารู้จักกันได้อย่างไร

จนกระทั่งคุยไปสักพัก ปลายสายก็ยังข่มขู่ จะทำร้ายลูกเรา จึงพยายามถามให้ชัดเจนว่าคนชื่อบี นี่คือใครกันแน่ ในที่สุดเขาก็บอกว่า คนชื่อบีก็คือครูที่โรงเรียนลูกเรา และยังขู่ฆ่าลูกชายตนต่อไป

จึงรู้ว่า คนชื่อบี คือครูประจำชั้นลูกชายตนนั่นเอง จึงวางหูไป แล้วก็โทรศัพท์ไปหาครูบี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไรกันแน่

ครั้งแรกครูบีไม่รับ จึงโทรศัพท์ไปยังฝ่ายธุรการ เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว ในที่สุดหลังจากรับรู้กันทั้งโรงเรียนเป็นเรื่องบานปลายใหญ่โต

ครูบีก็โทรศัพท์กลับมาหาพร้อมยอมรับว่าโหลดแอพพลิเคชั่น กู้เงินออนไลน์มา และกู้เงินจำนวนหนึ่ง และขาดส่งไป 8 วันเพราะหมุนเงินไม่ทัน

แต่ไม่เคยให้เบอร์ข้างกายเป็นบุคคลอ้างอิงแน่นอน

■ ตร.เตือนอย่าตกเป็นเหยื่

ทั้งนี้ ข้างกาย นำเรื่องเข้าแจ้งความที่สน.พระโขนง เพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับการข่มขู่คุกคาม

โดย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. และโฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ระบุว่า ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้พี่น้องประชาชนต้องประสบปัญหาในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป, เรื่องของหน้าที่การงาน และอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากคือเรื่องการเงิน ทำให้พี่น้องประชาชนหลายคนต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากแหล่งกู้เงินต่างๆ

ในปัจจุบันก็ได้มีวิธีกู้เงินที่หลากหลาย หนึ่งในวิธีที่สะดวกที่สุดคือการกู้เงินผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งในการจะเลือกใช้แอพ พลิเคชั่นใดควรเลือกให้ดี

รายชื่อแอพฯเงินกู้

โดยการกระทำของแอพพลิเคชั่นดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือของบุคคลที่สาม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้แนวทางการป้องกันตนจากเหล่ามิจฉาชีพที่แฝงมา ในแอพพลิเคชั่นกู้เงิน ดังนี้

1) ไม่ควรยินยอมให้แอพพลิเคชั่นเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในโทรศัพท์

2) ควรตรวจสอบแอพพลิเคชั่นให้ดีว่าเคยมีผู้ใช้งานที่กู้เงินได้จริงหรือไม่ มีรูปแบบการทวงหนี้ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

3) ควรศึกษาข้อตกลงหรือเงื่อนไขในสัญญาให้ดีก่อนตกลง

4) ควรหลีกเลี่ยงการกู้เงินในลักษณะที่ดูสะดวกรวดเร็ว ขั้นตอนน้อย หรือมีข้อเสนอที่ดูดีมากเกินไป ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและคนรอบข้าง

หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยังคอลเซ็นเตอร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ถือเป็นเรื่องราวที่เป็นภัยสังคมซ้ำเติมในช่วงโควิด และเมื่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถทลายแหล่งผิดกฎหมาย หรือ ปราบปรามได้ราบคาบ

ประชาชนก็ต้องพึ่งพาตัวเอง อย่าตกเป็นเหยื่อของแก๊งอาชญากรรม!??

 

■ เปิดกลโกงแอพฯ ล้วงข้อมูล

จากการตรวจสอบพบว่าการเปิดแอพพลิเคชั่นกู้เงินด่วน นอกระบบนี้เกิดขึ้นมาสักระยะหนึ่ง แต่ช่วงนี้กลายเป็นที่นิยมใช้บริการ ด้วยผล กระทบทางเศรษฐกิจตกต่ำ และผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 ขณะที่การช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาล ก็ดำเนินการไปอย่างล่าช้า

การพึ่งพาเงินกู้นอกระบบนี้จึงกลายเป็นช่องทางรอดของคนที่อับจนหนทาง

ซึ่งกลโกงของกลุ่มคนเหล่านี้ จะเชิญชวนโฆษณาในโลกออนไลน์ เน้นเป้าหมายเป็นกลุ่มคนวัยทำงานที่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีระดับหนึ่ง แต่ไม่มากนัก ชักชวนให้โหลดแอพฯ เงินกู้ หรือคลิกลิงก์เพื่อรับเงินกู้ทันใจ โฆษณาว่าสะดวก สบาย อนุมัติเร็ว

เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน ข้อมูลญาติพี่น้อง เพื่อลงทะเบียนเข้าระบบ พร้อมกับระบุว่า ‘ต้องอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ และยินยอมตามเงื่อนไขในสัญญากู้ยืม’

ซึ่งเป็นการยินยอมให้แอพพลิเคชั่น ดังกล่าวเข้าสู่ข้อมูลในมือถือของเรา จะสามารถดูลิสต์รายชื่อเบอร์โทรศัพท์ และอาจมีข้อมูลต่างๆ เช่น รูปภาพต่างๆ หรืออะไรบางอย่างที่จะนำไปใช้แบล็กเมล์ข่มขู่ในอนาคต

แช็ตข่มขูู่

หลังจากนั้นจะเป็นกลโกงเรื่องของเงินกู้ ไม่ว่าจะเป็นการอ้างว่าต้องโอนค่ามัดจำเพื่อปลดระบบ

อาทิ ถ้าสัญญาเงินกู้ 5 หมื่นบาท ต้องโอนเงินกลับมาก่อน จะเรียกว่าเป็นการปลดล็อกระบบ หรือดอกเบี้ยล่วงหน้าก็สุดแล้วแต่ ซึ่งก็มีคนโอนเงินส่วนนี้ไปแล้วบางแอพฯ ปิดหายไปก็มี

หรือการโอนเงินให้ แต่เรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยที่แพงเกินจริง เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด

เมื่อผู้กู้ไม่สามารถหาเงินมาใช้คืนได้ในกรณีอย่างครูบี ก็จะใช้ข้อมูลที่แฮ็กได้จากโทรศัพท์ ไปข่มขู่คุกคามโทรศัพท์หาคนนั้นคนนี้ หวังให้ได้อาย และหาเงินมาจ่ายคืนโดยเร็ว หรือไม่ก็หากเจอคนที่สนิทสนม ก็อาจรับใช้หนี้แทนได้

ไม่เพียงแค่นั้นล่าสุดยังพัฒนาไปถึงขั้นการปลอมแอพพลิเคชั่นให้เหมือนแอพฯ ของธนาคารชื่อดัง จนมีเหยื่อหลงเชื่อ ทำรายการกู้เงิน

เป็นภัยคุกคามช่วงโควิดจริงๆ

‘บิ๊กปั๊ด’ สั่ง ‘บิ๊กเด่น’ เข้มชายแดน

‘บิ๊กปั๊ด’ สั่ง ‘บิ๊กเด่น’ เข้มชายแดน – คุมเข้มชายแดนสกัดโควิด ‘บิ๊กปั๊ด’ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการ ‘บิ๊กเด่น’ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ให้จัดกำลังเข้มงวดเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการนำโรคโควิด-19 เข้ามาแพร่เชื้อในประเทศ จึงสั่งการ บช.น. บช.ภ.1-9 บช.ก. สตม. ตชด. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน โดยให้จัดลำดับความสำคัญตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ มาเลเซีย กัมพูชา เมียนมา และลาว เพื่อให้การปฏิบัติตามข้อสั่งการของศปก.ศบค. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

กองปราบล็อกตัว ‘เด่นภูมิ’ ‘บิ๊กก้อง’ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายเด่นภูมิ วัฒนโชติภิญโญ ผู้ต้องหาอ้างเป็นโมเดลลิ่งและลวงพริตตี้สาวไปขืนใจหลายสิบราย จากการสอบสวนของตำรวจพบอ้างตัวเป็นโมเดลลิ่งหรือเสี่ยมีฐานะ ก่อนล่อลวงสาวพริตตี้ด้วยการจ้างงานเอ็นเตอร์เทนชงเหล้าให้ลูกค้าที่ห้องพักตามโรงแรม เมื่อเหยื่อหลงเชื่อเดินทางมาจะใช้อาวุธมีดจี้บังคับให้เสพยาและข่มขืน ชิงทรัพย์ ด้านผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ อ้างผู้เสียหายสมยอม

เข้มงวดไม่ใส่แมสก์ พล.ต.ต.สุเมธ เมฆขจร ผบก.ตม.6 สั่งการ พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต ให้ตรวจชาวต่างชาติขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัยและหน้ากากอนามัย ในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ก่อนสั่งปรับ 500 บาท ข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัย ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ และตักเตือนกรณีไม่สวมหน้ากากอนามัย พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามมาตรการแนวทางปฏิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ใช้ในการชะลอการระบาดของโควิด-19 โดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งชาวต่างชาติดังกล่าวได้รับทราบและพร้อมปฏิบัติตามมาตรการแล้ว

คอมมานโดรวบหนุ่มหื่น ‘บิ๊กเอ็ม’ พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบก.ปพ. สั่งการ พ.ต.อ.เรืองรัตน์ หงษ์ทิพรัตน์ ผกก.สายตรวจฯ บก.ปพ. พ.ต.ท.ดนัย ชุ่มอภัย สว.กก.สายตรวจฯ นำกำลังจับกุมหนุ่มใหญ่วัย 40 ปี หลังก่อคดีเมื่อปี 2549 เมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่นและชักชวนเพื่อนอีก 2 คนไปหาสาวอีกหมู่บ้าน แล้วร่วมกันลวนลาม หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาเดินทางออกนอกพื้นที่และคิดว่าคดีน่าจะจบไปแล้ว อีกทั้งคดีผ่านมานานเกือบ 15 ปี เพียงอีกไม่กี่เดือนคดีจะหมดอายุความ จึงไม่ทันระวังตัวกระทั่งถูกจับดังกล่าว สอบสวนให้การรับสารภาพได้ร่วมกับเพื่อนทั้ง 3 คนไปก่อเหตุจริง

ตำรวจทางหลวงจับยูทูบเบอร์ดังแข่งรถบนถนนหลวง พ.ต.อ.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ รองผบก.ทล. พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ผกก.8 บก.ทล. พ.ต.ท.วันชนะ ทิพย์อาสน์ สวญ.ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. แถลงจับกุมยูทูบเบอร์ดัง ผู้โพสต์คลิปแข่งรถยนต์บนถนนหลวงในอ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา สอบสวนพบเคยขับรถแข่งในสนามจนได้รับรางวัลชนะเลิศมาแล้ว กระทั่งมาถูกท้าทายในโซเชี่ยล จึงนัดหมายแข่งขันบนถนน โดยเป็นฝ่ายแพ้และมาทราบถูกหมายจับ ส่วนตัวรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะต้องถูกดำเนินคดีและยังถูกริบรถของกลางทั้งหมด

โดย…พิทักษ์ 001

ชาวสวนร้องไห้ ชาคริต เจอพายุทุเรียนฉีกร่วงเป็นคันรถ อุตส่าห์ดูแลอย่างดี

อีกอาทิตย์เดียวจะกินได้อยู่แล้ว แห่ให้กำลังใจ ชาคริต เจอพายุชั่วโมงเดียว ทุเรียนฉีกร่วงเป็นคันรถ อุตส่าห์ประคบประหงมมาอย่างดี ชาวสวนร้องไห้

ชาคริต แย้มนาม หันไปลุยทำสวนทุเรียนกับ แอน ภัททิรา ภรรยา แม้ต้องเหน็ดเหนื่อย ซึ่งภรรยาโพสต์ขอบคุณสามีที่อยู่เคียงข้างสุดๆจริงไปก่อนหน้านั้น ทุเรียนในสวนขายดีไลฟ์ขายส่งกันแทบไม่ทัน

แต่ล่าสุดทำชาวสวนร้องไห้ แอน โพสต์ภาพ ชาคริต สามีหน้าสุดเศร้าเลยขณะอยู่กับทุเรียนที่โดนพายุฉีกร่วงเต็มคันรถ พร้อมเผยข้อความและให้กำลังใจสามีด้วยว่า โดนพายุ 1 ชม.. ฉีกร่วงเป็นคันรถ ชาวสวนร้องไห้ ประคบประหงม มาอย่างดี @shahkrit สู้ๆ

ซึ่ง อ้น สราวุธ เข้ามาสอบถามด้วยความเป็นห่วงว่า แล้วมันยังทานได้อยู่มั้ยคับแอน ? พร้อมทั้งบอกว่า มีอะไรให้ช่วยบอกนะ โดย แอน ตอบว่า ทานไม่ได้ แปรรูปไม่ได้เลยค่ะพี่ เพราะทุเรียน ยังไม่ได้เปอร์เซ็นต์ไรเลย อีกอาทิตย์นึง เปอร์เซ็นต์ แป้ง และสี ถึงจะเข้าเนื้อค่ะ

ขณะที่แฟนๆเข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก อาทิ สู้ๆนะคะพี่แอนพี่คริต พรุ่งนี้ทุกอย่างต้องดีขึ้นนะคะ , สู้ๆๆนะค่าพี่ชาคริต , สู้ๆๆนะค่ะเป็นกำลังใจให้”ครอบครัวแย้มนาน”นะค่ะ , เป็นกำลังใจให้นะค่ะ เป็นต้น

โควิดวันนี้ยอดพุ่ง ติดเชื้อรวม 4,887 ราย เสียชีวิตอีก 32 ราย

โควิดวันนี้ติดเชื้อ 4,887 ราย รายงานสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ล่าสุด วันที่ 13 พ.ค. 64 ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม 2564 รวม 4,887 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อใหม่ 2,052 ราย ติดเชื้อในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 2,835 ราย หายป่วยกลับบ้าน 1,572 ราย ผู้ป่วยสะสม 64,891 ราย เสียชีวิต 32 ราย

หนุ่มไม่พอใจ ของมาส่งช้า

เป็นเรื่องราวของพนักงานขนส่งรายหนึ่ง ที่นำพัสดุมาส่งให้กับลูกค้า แต่กลับถูกลูกค้าโวยวายว่าได้ของช้า และต่อว่าพนักงานขนส่งด้วยคำพูดที่ ห ย า บ ค า ย ซึ่งพนักงานคนดังกล่าวต้องยอมรับว่าใจเย็นมากพยามอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจ แต่กลับไม่เป็นผล ยังต่อว่าไม่ยอมหยุด จนพนักงานคนดังกล่าว ได้กล่าวคำขอโทษพร้อมกับขับรถกลับออกไปในที่สุด เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม เพจ งานขนส่งเอกซ์เพลส เดลิเวอรี่ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เอาให้ดังดีมั้ยคลิปนี้

โพสต์ดังกล่าว

เปิดประตูออกมารับของ พร้อมคำพูด ไอ้…ที่หลังทำไม่ได้ มรึงอย่าทำมัน

พร้อมกับชี้หน้าต่อว่าพนักงานขนส่งอย่างต่อเนื่อง

เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปต่างก็มีชาวโซเชียลจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น

อย่างไรก็ดี เข้าใจทั้งสองฝ่ายครับ พนักงานที่มาส่งไม่ทราบสาเหตุที่ต้นทางทำไมส่งมาล่าช้า ส่วนคนรับเองเมื่อสั่งของแล้วก็อยากจะได้รับไวๆ

ความคิดเห็นชาวโซเชียล

เข้าใจทั้งสองฝ่าย

ความคิดเห็นชาวโซเชียล

ชมคลิปคลิก

อย่างไรก็ดีใจเย็นๆนะครับเป็นกำลังใจให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันนะครับ

ด่วน เคเอฟซี ประกาศปิดแล้ว

เมื่อวันที่ 12 พ.ค.64 บริษัท เคเอฟซี (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแจ้งเหตุการณ์เกี่ยวกับ โ ค วิ ด -1 9 ระบุว่า มีการปิดชั่วคราว จำนวน 6 สาขา ระหว่างวันที่ 22 เม.ย.ถึง 6 พ.ค.64 หลังทางเคเอฟซีได้รับการยืนยันไทม์ไลน์ผู้ติด เ ชื้ อ โ ค วิ ด-19 ดังนี้ วันที่ 22 เม.ย.64

ได้แก่ สาขาบิ๊กซี จ.ตรัง วันที่ 28-29 เม.ย.64 ได้แก่ สาขาตึกคอม จ.อุดรธานี วันที่ 30 เม.ย.64 ได้แก่ สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (ชั้นใต้ดิน) จ.ปทุมธานี

วันที่ 3 พ.ค.64 ได้แก่ สาขาบิ๊กซี จ.สุโขทัย วันที่ 5 พ.ค.64 ได้แก่ สาขาพาลาเดียม จ.กรุงเทพฯ วันที่ 6 พ.ค.64 ได้แก่ สาขาบิ๊กซี ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

ทางเคเอฟซีระบุด้วยว่า เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน ทางเคเอฟซี ไทยแลนด์ จึงปิดสาขาชั่วคราวและทำการ Big Cleaning เป็นที่เรียบร้อยและพร้อมให้บริการอีกครั้ง ยืนยันว่าเคเอฟซีห่วงใยลูกค้าทุกท่านและพนักงานทุกคน โดยคำนึงถึงสุขภาพอนามัย และความปลอดภัยเป็นสำคัญ จึงเรียนผู้เกี่ยวข้องมาเพื่อทราบ และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

หมายจับ ผู้ต้องหาโกงเงินลอตเตอรี่ คาดมูลค่าพันล้าน เหยื่อระดับนายพล

สั่งล่าตัว ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกงลอตเตอรี่ คาดมีเหยื่อเสียหายกว่า 1 พันล้าน โดยมีเหยื่อเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ด้วย จากกรณี มีผู้เสียหายจำนวนกว่า 20 ราย นำหลักฐานการโอนเงินค่าลอตเตอรี่ เข้าแจ้งความ หลังจากโอนเงินแล้ว แต่ไม่ได้ลอตเตอรี่ ทำให้สูญเสียเงินรวมกว่า 10 ล้านบาท โดยพบว่า ยังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่อง ที่ จ.ตราด ในวันที่ 2 พบว่า มีผู้เสียหาย 50 รายยอดความเสียหายประมาณ 500 ล้านบาท

วันที่ 10 พ.ค.64 พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผช.ผบ.ตร.,รรท.ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ตนได้รับรายงานแล้ว สำหรับคดีนี้มีความเสียหายสูงและมีผู้เสียหายหลายราย และได้รายงานให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ทราบแล้ว ซึ่งทาง ผบ.ตร. ได้กำชับให้เร่งสืบสวนสอบสวน จับกุม ผู้กระทำผิด รวมถึงการเร่งสืบสวนขยายผล ผู้ที่ร่วมในการกระทำการผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาดำเนินคดี

ในเบื้องต้นได้รับรายงานว่า สภ.เมืองจันทบุรี ผู้เสียหายที่เดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นลักษณะการโอนเงินจองซื้อลอตเตอรี่ แต่ยังไม่ได้ลอตเตอรี่ตามกำหนด เหมือนที่เคยได้ ขณะเดียวกันพบว่าที่จังหวัดตราด ก็มีกรณีฉ้อโกงลอตเตอรี่ มีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความด้วยซึ่งคาดว่าจะมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่จะเข้าแจ้งความ และน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงลอตเตอรี่ กับที่ จ.จันทบุรี หรือไม่กำลังตรวจสอบอยู่ ทั้งนี้ได้เสนอ ผบ.ตร.ให้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนระดับ ตร.มาดูคดีดังกล่าว

สำหรับคดีฉ้อ โกงลอตเตอรี่ ในความรับผิดชอบของ สภ.เมืองตราด ยังคงมีผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เป็นวันที่ 2 ล่าสุดมีผู้เสียหายมากกว่า 50 รายยอดความเสียหายประมาณ 500 ล้านบาท คาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายกว่านี้ เนื่องจาก ยังไม่รวมพื้นที่ สภ.คลองใหญ่ ซึ่งขณะนี้ทราบว่า ศาลจังหวัดตราด ได้อนุมัติออกหมายจับแล้ว 1 ราย คือ นางสาวจิตรา โยธาภิรมย์อายุ 30 ปี ชาวอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในข้อหาฐานความผิด ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ นอกจากนี้ยังเตรียมออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมอีก พร้อมอายัดบัญชีที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว 5 บัญชี “โดยพื้นที่อำเภอเมืองตราด มีผู้เสียหายกว่า 50 รายมูลค่าไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ส่วนภาพรวมคาดว่าเป็นพันล้านบาท

นักธุรกิจเจ้าของ โรงแรมแห่งหนึ่งจังหวัดตราด หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ได้ลงทุนตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2563 และก็ได้รับการโอนเงินค่าตอบแทนมาทุกงวด แต่มางวดของวันที่ 16 เมษายน ที่ปกติจะได้รับค่าตอบแทนในวันที่ 1 เดือนถัดไป แบบงวดชนงวด แต่ปรากฏว่าไม่ได้ และเห็นว่าเลยเวลาแล้วไม่ได้เงินดังกล่าวจึงเดินทางไปแจ้งความเพราะดูแล้วว่าน่าจะถูก โกง ส่วนมูลค่าความเสียหายของตนเองไม่ขอเปิดเผยตัวเลข แต่โดยรวมของเหยื่อคาดว่าสูญเสียเงินมากถึง 4,000 ล้าน เพราะมีบางคนที่เสียหายเป็นพันล้านเพราะเป็นการร่วมทุนกันระหว่างเพื่อนด้วย

มีรายงานว่า ในจำนวนผู้เสียหายนั้น มีทั้ง นักธุรกิจ นายทหารเรือ ในสังกัดหน่วยงาน ในจังหวัดภาคตะวันออก รวมถึงระดับนายพลตำรวจด้วย

ล่าสุดมีรายงานว่า วันนี้( 10 พ.ค. ) เวลา 12.00 น. ทนายความของนางสาวจิตรา โยธาภิรมย์ ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลจังหวัดตราด ได้ประสานงานมาว่าจะเดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ที่ บช.ภ.2 ส่วนการมอบตัวในครั้งนี้นั้น คาดว่าหลังจากที่มีหมายจับออกมา ได้ถูกกดดันจากผู้เสียหายและกลัวว่าจะถูกอุ้ม จึงตัดสินใจให้ทนายความประสานมอบตัวต่อพนักงานสอบสวน

 

ไอซ์ – แบงค์ กลั่นความรู้สึกเป็นเพลงจากใจถึง น้าค่อม ถึงไม่เพราะแต่ตั้งใจร้องให้พ่อ…

ไอซ์ ณพัชรินทร์ – แบงค์ อธิกิตต์ กลั่นความรู้สึกเป็นเพลงจากใจถึง น้าค่อม ชวนชื่น ถึงไม่เพราะแต่ตั้งใจร้องให้พ่อเป็นครั้งสุดท้าย
ค่อม ชวนชื่น

ภาพจาก Instagram ice_napatcharin

          เรียกว่าเป็นข่าวการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการตลกเลีทีเดียว สำหรับข่าวการเสียชีวิตของดาราตลกรุ่นใหญ่ น้าค่อม ชวนชื่น ที่จากไปหลังป่วยด้วยโรคโควิด 19 นำพามาซึ่งความเสียใจให้กับครอบครัว ปรีดากุล และเพื่อนพี่น้องร่วมวงการ รวมไปถึงแฟนคลับเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนในครอบครัวซึ่งยังคงรักและอาลัยถึงหลังต้องเสียคนที่รักไปอย่างกะทันหัน

ล่าสุด (9 พฤษภาคม 2564) ไอซ์ ณพัชรินทร์ ลูกสาวของ น้าค่อม ชวนชื่น ก็ได้ออกมาเผยคลิปร้องเพลงที่ร่วมกันทำกับสามี แบงค์ อธิกิตต์ ที่ทั้งคู่นั้นกลั่นความรู้สึกจากใจร้องเพลง กาลครั้งหนึ่ง เพื่อมอบให้กับคุณพ่อผู้ล่วงลับเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมเผยว่า “ร้องเพลงไม่เป็นหรอกค่ะ แต่เพลงนี้ไอซ์ตั้งใจร้องให้พ่อฟัง #ลิงค์อยู่ในสตอรี่หรือบนโปรไฟล์นะคะ 9 วันที่ผ่านมา ทุกคนในครอบครัวกำลังพยามเข้มแข็งกันอยู่นะพ่อ ไม่ต้องห่วงพวกเรานะพ่อ พ่อไปหาคนนู้นคนนี้ แต่พ่อไม่แวะมาหาพวกเราบ้างเลยน้า พวกเราโคตรคิดถึงพ่อเลย”

          สาวไอซ์ ยังได้อัปเดตด้วยว่า ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวกลับมาอยู่บ้านครบแล้ว และขอขอบคุณคุณหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยโควิดทุก ๆ ท่าน และขอให้ผู้ป่วยทุกท่านหายไวไวจะได้กลับมาอยู่กับครอบครัว และขอส่งกำลังใจให้ทุก ๆครอบครัวเลย และปิดท้ายว่า “ที่ผ่านมาไอซ์ทุกข์มาก เศร้ามาก แต่ชีวิตเราก็ต้องเดินหน้าทำงานต่อ” พร้อมเผยว่าหลังจากนี้ช่องยูทูบของเจ้าตัวนั้นจะกลับมาลงคลิปต่อซึ่งจะเป็นคลิปท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ของครอบครัวที่ถ่ายไว้ก่อนหน้านี้

งานนี้ก็มีคนในวงการบันเทิง แฟนคลับ และชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้กับสาวไอซ์และครอบครัวเป็นจำนวนมาก

ไอซ์ แบงค์

ไอซ์ แบงค์

ไอซ์ แบงค์

ไอซ์ แบงค์

สาวรีวิวคุณภาพชีวิต อยู่หอ 1,500 ถูกผู้ชายส่งจดหมายคุกคาม สิ่งที่แลกมาจากของถูก ๆ

เปิดเรื่องราวสาวเผยคุณภาพชีวิตใน กทม. ย้อนอดีตกับการต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ตอนเช่าหอพักราคาถูกอยู่ลำพัง เจอคนข้างห้องสอดจดหมายคุกคาม
 
คุกคามทางเพศ
        ถือเป็นเรื่องราวอุทาหรณ์และเตือนภัยให้กับผู้หญิงเป็นอย่างดี สำหรับใครที่ต้องเช่าห้องหรือพักอาศัยอยู่ตามลำพัง โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Meen Khan ได้มีการโพสต์เล่าเรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2 ปี ก่อนหน้านี้ ตอนที่ตัวเองเพิ่งเรียนจบ ม.6 และได้เข้ามาหางานทำเพื่อหาเงินเรียนต่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร

โดยเธอเปิดเผยว่า เธอถูกผู้ชายซึ่งเป็นเพื่อนข้างห้องเช่าคุกคาม ด้วยการเขียนจดหมายแล้วสอดมาทางช่องใต้ประตู ซึ่งเหตุการณ์ตอนนี้เธอจำได้ไม่ลืม

        ทั้งนี้ ตอนนั้นเธอต้องเซฟเงินเพื่อที่จะเอาเงินมาใช้จ่ายเรื่องเรียน จึงเลือกห้องเช่าที่ราคาถูกคือ 1,500 บาท และใกล้ที่ทำงาน เป็นห้องเปล่า ๆ ผนังบาง ๆ ซึ่งสภาพแวดล้อมคือหาความปลอดภัยในชีวิตไม่ได้เลย เพราะถูกมักถูกผู้ชายห้องข้าง ๆ มองเวลาเดินผ่าน

อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่าไม่ได้แต่งตัวโป๊อะไร แต่ใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวด้วยซ้ำไป จนวันที่แย่ที่สุด คือวันที่ผู้ชายข้างห้องสอดกระดาษใบแรกมาใต้ประตู ตอนนั้นกลัวจนร้องไห้ ก่อนจะสอดใบที่ 2 ตามมา บอกว่าไม่ต้องกลัวให้เขาทำแบบนี้

        สาวเจ้าของโพสต์ทิ้งท้ายว่า… วันนั้นรู้เลยว่าโลกภายนอกสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวมันเป็นแบบนี้ ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามาให้กำลังใจเธอจำนวนมาก และก็มีผู้หญิงเข้ามาแชร์ประสบการณ์ที่เคยเจอในลักษณะคล้าย ๆ กันอีกไม่น้อยเช่นกัน
คุกคามทางเพศ
คุกคามทางเพศ

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Meen Khan

กระบะเหยียบมิด ทะยานทะลุสะพานปลา พุ่งลงทะเลแหลมงอบ อย่างกับในหนัง

กระบะวิ่งสุดแรง ถึงปลายสะพานแหลมงอบไม่ยอมเบรก ก่อนพุ่งลงทะเล คนขับรีบว่ายน้ำหนีตายออกจากตัวรถ ชาวบ้านตกใจจู่ ๆ รีบช่วยเหลือจนรอดตาย ล่าสุดยังไม่ทราบสาเหตุ
 
กระบะขับรถพุ่งลงทะเล
       วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 เดลินิวส์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย สมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด ร่วมตรวจสอบอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งตกลงไปในทะเล บริเวณปลายสะพานแหลมงอบ ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บเพศชาย 1 ราย (ขอสงวนชื่อนามสกุล) อายุประมาณ 35 ปี อยู่ในอาการอ่อนเพลีย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จึงได้ช่วยทำการปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลแหลมงอบ

นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณขอบสะพานพบรอยถูกชน และบนสะพานมีรอยล้อรถเป็นทางยาว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดประดาน้ำช่วยค้นหาจุดที่รถตกทะเล พร้อมประสานรถเครนเพื่อทำการกู้ซากรถขึ้นมาจากทะเล โดยใช้เวลานานเกือบ 1 ชม. กว่าจะในรถขึ้นมาได้ โดยเป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว เลขทะเบียน อษ 6979 กรุงเทพมหานคร สภาพรถกระจกหน้าแตก ยางรถทั้ง 4 ล้อแตก สภาพตัวรถพังเสียหายเกือบทั้งคัน

กระบะขับรถพุ่งลงทะเล
        นางบุษบา สุขเกษม อายุ 54 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเห็นรถกระบะคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงปลายสะพานแต่ไม่ชะลอความเร็วลง ก่อนจะพุ่งชนขอบสะพานที่บริเวณปลายสะพานตกลงไปในทะเล จากนั้นตนจึงรีบวิ่งไปดูพบว่าคนขับเป็นชายกำลังว่ายขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ก่อนที่ชาวบ้านใกล้เคียงจะเข้ามาช่วยเหลือนำขึ้นมาบนฝั่ง ในสภาพอาการอ่อนเพลียและสำลักน้ำ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดว่า คนขับหลับในหรือเปล่า
กระบะขับรถพุ่งลงทะเล