ข่าวสังคม ข่าวโซเชียล » ภูมิใจไทยโวยแหลก “อนุทิน” แพะบูชายัญ ถาม “ตู่” ใครร่วมรบ 7 แกนนำวืดประกัน

ภูมิใจไทยโวยแหลก “อนุทิน” แพะบูชายัญ ถาม “ตู่” ใครร่วมรบ 7 แกนนำวืดประกัน

30 เมษายน 2021
43   0

“ธรรมนัส” โต้คุมโซนภาคใต้ ไม่ได้ตีเมืองขึ้น ปชป. มั่นใจพรรคร่วมฯไม่มีใครตีตัวออกห่าง “วิรัช” เตือนห้วงวิกฤติอย่าเล่นการเมืองมากเกินไป “ศุภชัย” ครวญ “อนุทิน” แพะบูชายัญ ยืนโดดเดี่ยวกลางหมู่บ้านกระสุนตก กระตุก “บิ๊กตู่” ดูให้ดีใครเพื่อนร่วมรบยก “รองนายกฯหนูหนึ่งเดียว” เป็นหนังหน้าไฟไฟต์ทุกเหตุการณ์รับหอกดาบแทนนายกฯ ม็อบราษฎรฮือประชิดติดบันไดศาลอาญา กดดันปล่อย 7 แกนนำ “แม่เพนกวิน” ใจจะขาดห่วงลูกชายสาหัสถ่ายเป็นชิ้นเนื้อ ศาลไม่ให้ประกันนอนเรือนจำต่อ

ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล ถูกจับตามองจากฝ่ายต่างๆอย่างใกล้ชิด ขณะที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แกนหลักของรัฐบาลยังคงยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลทั้งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และภูมิใจไทย (ภท.) ไม่มีการตีตัวออกห่าง ยังทำงานร่วมกันด้วยดี

“ธรรมนัส”โต้คุมโซนใต้อำนาจนายกฯ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 เม.ย. ที่พรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ฝ่ายปฏิบัติการ เปิดศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 (ศปฉ.พปชร.) ในฐานะ ผอ.ศปฉ.พปชร.รับแจ้งผ่านหมายเลข 0-2939-1111 รองรับ 30 คู่สายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. และเพจเฟซบุ๊กพรรคและศูนย์ภาคทั้ง 10 แห่งทั่วประเทศ ช่วยประสานส่งต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตกค้าง มีนายสันติ พร้อมพัฒน์รมช.คลังและรองหัวหน้าพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายจักรพันธ์พรนิมิต ส.ส.กทม.หัวหน้าภาค กทม.และ ส.ส.บางส่วนเข้าร่วม

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสกล่าวถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 85/2564 เรื่องมอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัดให้ดูแลภาคใต้ว่า 2 ปีที่ผ่านมาตนลงพื้นที่ทุกจังหวัดไปเยี่ยมประชาชนที่เดือดร้อน การแบ่งงานให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแต่ละจังหวัด ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายให้ดูแลจังหวัดไหน การแบ่งงานเป็นอำนาจของนายกฯไม่ใช่อำนาจรัฐมนตรี เมื่อตัดสินใจมอบหมายว่าให้ใครทำแล้ว หน้าที่รัฐมนตรีต้องทำให้ดีที่สุด

คิดมากไปเอง ไม่ได้ตีเมืองขึ้นใคร

เมื่อถามว่า การมอบหมายให้ดูภาคใต้ถูกมองไปตีหัวเมืองพรรคร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ใช่ เมื่อถามว่า เรื่องนี้อาจทำให้มีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า คิดมากกันเองเราทำงานเป้าหมายสูงสุดคือพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้งไม่มีเรื่องอื่น ทุกพรรคเป็นเพื่อนกัน มีอะไรหันหน้าพูดคุยกัน เมื่อถามว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว. พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นลักษณะไม่ค่อยพอใจ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ทราบเพราะเป็นความเห็นส่วนตัวของนายจุรินทร์

เชื่อมั่นพรรคร่วมฯไม่ตีตัวออกห่าง

เมื่อถามว่า กรณีข่าวนายกฯระบุใน ครม.ว่ามีรัฐมนตรีนินทา ร.อ.ธรรมนัสหัวเราะแล้วกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบ และไม่ค่อยอยู่ใน ครม.ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลอาจใช้สถานการณ์โควิด-19 ตีตัวออกห่างจากพรรคพลังประชารัฐและนายกฯ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่าเชื่อมั่นว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ต่างคิดว่าเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เวลานี้ประชาชนเดือดร้อนไม่ควรมาคุยเรื่องการเมือง แต่ควรช่วยเหลือประชาชน เพราะประชาชนมองอยู่ และเป็นคำตอบสุดท้ายประชาชนจะไว้วางใจพรรคไหน เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่ในวันที่ 5 พ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านวินิจฉัยวินิจฉัยสถานะ ส.ส.และสถานะรัฐมนตรีจากกรณีเคยต้องคำพิพากษาจำคุกของศาลต่างประเทศ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่กังวล

เตือนวิกฤติอยู่อย่าเล่นการเมืองเกินไป

เมื่อถามถึงฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯลาออกหลังบริหารจัดการแก้โควิด-19 ล้มเหลว ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า คนไทยต้องช่วยกันแก้ปัญหาให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติ อย่าเอาการเมืองมาเล่นมากเกินไป ส่วนข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านเป็นเรื่องของฝ่ายค้าน การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภาฯต้องขับเคลื่อน ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในภาวะนี้ไม่อยากให้การเมืองไปเพิ่มความวุ่นวายกับรัฐบาลที่ต้องตั้งหลักแก้ปัญหา เมื่อถามว่า สังคมวิจารณ์รัฐบาลบริหารงานห่วย นายวิรัชกล่าวว่า ยอมรับว่ามีผู้ติดเชื้อมาก สิ่งที่รัฐบาลและนายกฯบริหารถือว่าดีเกินสำหรับการบริหารในสถานการณ์ช่วงวิกฤติและไม่ห่วย ถ้าเป็นคนอื่นมาบริหารคงห่วยกว่านี้ ในสายตาฝ่ายค้านจะบริหารอย่างไรก็ไม่ดี แต่สำหรับพรรคร่วมฯนายกฯบริหารดีอยู่แล้ว

นายกฯยกเลิกคำสั่งแบ่งงาน รมต.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนีนยรัฐบาล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ลงนามในคำสั่งยกเลิกคำสั่งสำนักนายกฯที่ 85 /2564 เรื่อง มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบ แนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด ลงวันที่ 9 เม.ย.2564 เนื่องสถานการณ์ระบาดโควิดรุนแรง ทำให้การติดตาม รับฟัง และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบ ระหว่างนี้จึงให้เป็นหน้าที่และอำนาจของรองนายกฯในระดับพื้นที่เขตตรวจราชการที่ได้มอบหมายไว้ก่อนแล้วเป็นผู้กำกับดูแล โดยประสานกับคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด และอาจประสานงานหรือมอบหมายให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานพัฒนาและการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเฉพาะเรื่องและเป็นครั้งคราว ทั้งนี้ คาดกันว่า เพื่อตัดปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐ

“บังซุป”ครวญ“อนุทิน”เป็นแพะบูชายัญ

วันเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า Without prejudice นาทีนี้ “ชายเดียว” ที่ยืน “โดดเดี่ยว” ในหมู่บ้านกระสุนตกคงหนีไม่พ้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ที่โดนจัดหนักจัดเต็มถูกจับเป็น “แพะ” บูชายัญ สถานการณ์โควิด-19 ทันทีที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อดีดขึ้นไปถึงพันจนทะลุสองพันกว่า บาปทุกอย่างก็ตกอยู่ที่นายอนุทิน ทั้งที่เมื่อมีการระบาดในสถานบันเทิงรอบนี้ กระทรวงหมอ ก็เสนอมาตรการป้องกันและคาดการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อว่าหากไม่มีการจัดการใดๆ หลังสงกรานต์จะเกิดอะไรขึ้นเอาไว้แล้ว จนเมื่อเกิดภาวะ “ฝีแตก” ผู้ติดเชื้อสูงสุดเกือบเหยียบ 3 พัน มีผู้ป่วยยังไม่ได้เตียง มีผู้เสียชีวิต คนบางกลุ่มก็ชี้ว่าเป็นความผิดนายอนุทิน ระดมทำแคมเปญลงชื่อขับไล่พ้นจากเก้าอี้ เพื่อระบายอารมณ์ หวังผลทางการเมืองกระทุ้ง“บิ๊กตู่” ดูให้ดีใครขุนศึกร่วมรบ

นายศุภชัยระบุว่า ส่วนการที่นายกฯใช้วิธีพิเศษรวบอำนาจจากหลายกระทรวง และตั้งคณะกรรมการ 4 คณะ เพื่อมาทำเรื่องโควิด-19 ไม่ใช่เครื่องหมายที่จะมาตีตราว่านายอนุทินกับกระทรวงหมอจัดการไม่ได้ เพราะถ้ามองให้ดีๆ จะเห็น “ชัดในชัด” ว่าไม่มีอะไร “ใหม่” ทั้งการหาวัคซีน การฉีดวัคซีน ทุกอย่างเป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขวางแผนไว้ทั้งสิ้น สิ่งที่นายกฯทำคือการบริหารอารมณ์ ความรู้สึกของภาคเอกชน ให้คนมีความคิดเห็นได้มีพื้นที่แสดงออก มีส่วนร่วมในการทำงาน แค่อยากฝากถึง “บิ๊กตู่” ว่าในการศึกโควิด-19 ตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ ใครคือขุนศึกร่วมรบ เห็นมีแต่ “รองนายกฯหนูเพียงหนึ่งเดียว” ที่เป็น “หนังหน้าไฟ” ออกมา “ไฟต์” กับทุกเหตุการณ์ ฟาดกับฝ่ายตรงข้าม รับหอกรับดาบให้ลุงอย่างไม่เกรงสิ่งใด เวลานี้รัฐบาลควรเป็นหนึ่งเดียว อย่าให้ผู้ไม่หวังดีที่คอยเป่าขนหาแผล คิดว่าเจอรอยแยก แล้วปั่นให้ปริแตก “คนที่มีใจจริง” ไม่ใช่คนที่ออกฉาก แล้วมีแต่คำพูดที่สวยหรู แต่คือคนไม่ฆ่าน้อง ที่ทำงานใต้บังคับบัญชา ไม่ฟ้องนาย ที่เป็นผู้นำทีม ไม่ขายเพื่อน ที่ต้องทำงานร่วมกัน

“คึก” ชูโพล 200 ซีอีโอขยี้ รบ.สอบตก

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลโพลของ 200 ซีอีโอ เซอร์เวย์ ให้รัฐบาลสอบตกว่า เห็นคะแนนนายกฯกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ได้ 1 เต็ม 10 ต่ำมาก ซีอีโอ 200 คนล้วนมีวุฒิภาวะชั้นระดับแนวหน้า ไม่ใช่ฝ่ายการเมือง จึงสะท้อนปัญหาของรัฐบาลตรงไปตรงมาเป็นกลาง เป็นกระจกเงาบานใหญ่ส่องให้รัฐบาลเห็นตัวตนแท้จริง ควรรับฟังเพื่อนำไปแก้ไขจุดบกพร่อง ในหลายประเด็นที่ผลโพลได้นำเสนอ แอบลุ้นอยู่ในใจอยู่ตลอดว่า องครักษ์ พล.อ.ประยุทธ์หรือคุณอนุทินจะออกมาตีโพยตีพาย ถ้าหากไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆจากองครักษ์ฝ่ายรัฐบาลเลยจะกราบขอบพระคุณความใจกว้าง ที่ยอมรับฟัง

ชี้ส่อวงแตก พปชร.ขี่พรรคร่วมฯ

นายประมวล เอมเปีย หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า สัญญาณการเมืองช่วงเดือนที่ผ่านมาจะเห็นรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาลนับวันจะร้าวลึก ชิงดีชิงเด่น ทะเลาะกัน จนชาวบ้านหมดที่พึ่งหวัง บอกยุบสภาไปยังดีกว่า ดีกว่ารอวันตายจากการบริหารของรัฐบาลนี้ ปัญหาโควิด-19 เมื่อเกิดกระแสรวมรายชื่อให้ รมว.สาธารณสุขลาออก คนในพรรคกลับโพสต์เฟซบุ๊กว่าดำเนินการตามที่นายกฯกำกับดูแล เหมือนโยนเผือกร้อนใส่ผู้นำ มีข่าววงในว่านายกฯต้องการเปลี่ยนรัฐมนตรีบางคน แต่เจ้าของพรรคตัวจริงไม่ยอม ถึงขั้นยอมแตกหักจริงหรือไม่ หรือพรรคเก่าแก่ถูกแย่งพื้นที่ภาคใต้ จนสมาชิกคุยกันในไลน์เรียกร้องให้ถอนตัว ล้วนบ่งชี้ว่ารัฐบาลใกล้ถึงทางตัน

วอนลดค่าน้ำ-ไฟ เลื่อนจ่ายภาษี

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาช่วยประสานงานให้ผู้ติดเชื้อโควิดที่ยังตกค้างในเขตสายไหมกว่า 100 รายที่ยังไม่มีเตียง ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี สัปดาห์นี้ปัญหาเริ่มทุเลาเบาบางลง เพราะเตียงสนามหลายพื้นที่เริ่มให้บริการ อยากฝากข้อเรียกร้อง ผอ.ศบค.ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ ครม.โอนอำนาจจาก พ.ร.บ.ถึง 31 ฉบับในการแก้ปัญหา ขอให้คงมาตรการปรับลดค่าไฟ ลดค่าน้ำ ให้กระทรวงดีอีเอสเร่งเจรจากับผู้ให้บริการโทรคมนาคม ช่วยประชาชนที่ต้อง work from home และสนับสนุนการเรียนออนไลน์ ด้วยการปรับลดค่าใช้จ่ายอินเตอร์เน็ตครัวเรือน ลดราคาน้ำมันให้เป็นไปตามราคาตลาดโลก เลื่อนการจ่ายภาษีนิติบุคคลออกไปอีก 6 เดือน จ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะรายที่ติดเชื้อยกครอบครัว ครอบครัวละ 10,000 บาท พักชำระหนี้ให้บุคคลหรือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ

“ตู่” เสี้ยม ปชป.–ภท.ถูกเขี่ยทิ้งแน่

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในเฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ว่า การจัดอภิปรายของคณะสามัคคีประชาชน ยก 3 วันที่ 1-2 พ.ค.จะมีนักวิชาการ ส.ส.หลายคนมาร่วมอภิปรายชำแหละระบอบประยุทธ์ อาทิ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์รวบอำนาจจากกฎหมายทั้ง 31 ฉบับมาไว้คนเดียว เท่ากับยึดอำนาจ ครม. เหมือนเป็นการรัฐประหารรูปแบบใหม่ สะท้อนให้เห็น “ระบอบประยุทธ์” ชัดเจนเหมือนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ขอบอกไปยังพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย วันหนึ่งต้องถูกเขี่ยทิ้งต้องถูกถีบออกก่อนยุบสภาแน่

ม็อบราษฎรฮือหน้าศาลจี้ปล่อยแกนนำ

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้ชุมนุมแนวร่วมกลุ่มราษฎรเดินทางมาชุมนุมตามที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดยื่นจดหมายเรียกร้องศาลให้ประกันตัวแกนนำ และแนวร่วมกลุ่มราษฎร มีผู้ชุมนุมหลายสิบคนเข้ามาประชิดถึงหน้าบันไดศาล ช่วงหนึ่งได้ชูป้ายขนาดใหญ่เขียนข้อความว่า “45 วัน #คืนสิทธิประกันตัวโดยไม่มีเงื่อนไข” และชู 3 นิ้ว ตะโกนว่า “ปล่อยเพนกวิน” ต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ได้ตั้งแผงกั้นบริเวณบันไดทางขึ้นศาล ต่อมานายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อม ส.ส.พรรคก้าวไกล อาทิ นายรังสิมันต์ โรม มาร่วมสังเกตการณ์ นายชัยธวัช กล่าวว่า หากไม่มีคำสั่งให้ประกันตัว คงทำให้เกิดวิกฤติศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมไทย ท่ามกลางตำรวจประกาศผ่านโทรโข่งเตือนผู้ชุมนุมให้อยู่ในความสงบ แจ้งการชุมนุมขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ผู้ชุมนุมพากันชู 3 นิ้ว โห่ใส่ตอบโต้ ส่วนหนึ่งตะโกนว่า

“ทองแท้แพ้ทองหล่อ”

ฉุนไม่มีคนรับ จ.ม.โปรยเอกสารเกลื่อนจากนั้นเวลา 14.00 น. แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางมาสมทบเพื่อยื่นจดหมายและรายชื่อผู้สนับสนุนเรียกร้องให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎร พร้อมเปิดปราศรัยหน้าบันไดศาลกล่าวโจมตีและเรียกร้องให้ผู้พิพากษาลงมารับจดหมายด้วยตัวเอง กระทั่งเวลา 15.00 น. ยังไม่มีผู้พิพากษามารับจดหมาย น.ส.เบนจา อะปัญ แกนนำ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้วิ่งขึ้นบันไดศาลมาโปรยเอกสารรายชื่อที่รวบรวมมาตกเกลื่อนรอบบันไดศาล และปราศรัยด้วยความคับแค้นใจ ทางศาลได้ปิดประตูอาคาร ส่วนตำรวจเตือนผู้ชุมนุมหน้าศาลไม่ให้ฝ่าแผงเหล็กกั้นเข้ามา แต่ฝ่ายผู้ชุมนุมยิ่งตะโกนโห่ใส่และตอบโต้อย่างดุเดือด

ห่วงเพนกวินร่อแร่ถ่ายเป็นชิ้นเนื้อ

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า เตรียมหลักทรัพย์คนละ 2 แสนบาทมายื่นขอประกันจำเลยทั้ง 7 คน ได้แก่ นายอานนท์ นําภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายชูเกียรติ แสงวงศ์ และนายปริญญา ชีวินกุลปฐม สถานการณ์ในเรือนจำไม่ดีมากๆ สอบถามมีผู้ป่วยโควิด-19 รวม 39 คน กำลังรักษา เพนกวินสาหัสไม่สามารถพูดคุยหรือยืนได้ นอนไม่หลับ ก่อนหน้านี้ถ่ายเป็นชิ้นเนื้อ พยาบาลแนะนำว่าอันตราย ควรรักษาเร่งด่วน
นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของเพนกวิน เดินทางมายื่นประกันตัวบุตรชาย กล่าวว่าลูกชายอ่อนเพลียมาก ผิวหนังแห้ง วูบตลอดเวลา ที่สำคัญถ่ายมาเป็นชิ้นเนื้อ จึงต้องยื่นขอประกันให้เร็วที่สุด แต่ทนายแจ้งว่ามีสิทธิจะไม่ได้รับประกันตัวสูง เท่ากับเจตนาให้เพนกวินเสียชีวิตอย่างทรมาน หากอยากให้เพนกวินต้องจบชีวิตขอให้ศาลพิจารณาออกคำสั่งให้ประหารชีวิต อยากฝากถึงเพนกวิน ไม่ว่าเพนกวินอยู่ไหน แม่จะไปอยู่ที่นั่น จะทำทุกทางสู้กับความอยุติธรรมนางปิยนุช โคตรสาร ผอ.กลุ่มสิทธิแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ออกแถลงการณ์ยืนยันว่ารัฐบาลต้องปล่อยตัวนักกิจกรรมเพื่อให้มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งยุติการดำเนินคดีกับนักกิจกรรม เพียงเพราะการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง

ระดมมวลชนสมทบกดดัน

ต่อมาเวลา 16.15 น. น.ส.เบนจาประกาศระดมพลมวลชนให้เดินทางมาที่ศาลอาญา ร่วมกันกดดันให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวแกนนำคณะราษฎร ขณะที่ไบรท์-นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นำกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเคลื่อนย้ายแผงเหล็กกั้นนำไปกีดขวางหลังมีข่าวเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนจะนำรถควบคุมผู้ต้องขังเข้ามาบริเวณที่ชุมนุม โดย น.ส.เบญจาประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่าเจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่าผลการประกันตัวแกนนำคณะราษฎรจะเริ่มอ่านต่อเมื่อกลุ่มมวลชนจะออกจากพื้นที่ กระทั่ง 17.00 น. แกนนำประกาศว่าทางศาลจะไม่อ่านคำสั่งโดยจะเลื่อนไปอ่านในวันที่ 30 เม.ย.ผ่านทางออนไลน์ ผู้ชุมนุมไม่พอใจเตรียมปักหลักอยู่ที่ศาลอาญาและยืนยันขอให้อ่านคำสั่งที่ศาลอาญา

วืดประกัน–แม่กวิ้นโอดลูกจะตายในคุก

ต่อมาเวลา 18.00 น. ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัว 7 แกนนำคณะราษฎร โดยวินิจฉัยว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่หน้าศาลรับทราบคำสั่งศาลต่างแสดงความไม่พอใจ ตะโกนโห่ร้องไม่เห็นด้วย ก่อนที่นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของเพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ จะออกมาบอกให้เหล่าแกนนำออกจากพื้นที่ศาลเพื่อป้องกันเหตุวุ่นวาย ให้เก็บแรงเอาไว้เพื่อวันข้างหน้า บางส่วนจึงทยอยกลับ แต่ยังมีผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งนำเต็นท์ไปกางค้างคืนอยู่หน้าประตู 9 ของศาลอาญา นางสุรีย์รัตน์กล่าวว่า “จะฆ่าเพนกวินให้ตายอย่างทรมานใช่หรือไม่ หรือต้องให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับลูกคุณ จะรู้สึกอย่างไร ลูกดิฉันกำลังจะตายอยู่ในคุก คุณไม่ปล่อยลูกฉันมารักษาตัว อยากให้ประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา หรือใครก็แล้วแต่ที่มีอำนาจ มาอธิบายเหตุผลจริงๆว่าทำไมถึงไม่ให้ประกัน ทั้งที่ลูกดิฉันยอมรับเงื่อนไขแล้ว เด็กยอมลดแล้วยอมประนีประนอมแล้ว เหตุใดจึงไม่ยอมประนีประนอมกับเรา”