สมุทรปราการ 24 ซม » ‘ปากน้ำ’ ยกระดับ ใช้ยุทธศาสตร์ ‘ขนมครก’ คุมโควิด หลังยอดติดเชื้อพุ่งสูงทุกวัน

‘ปากน้ำ’ ยกระดับ ใช้ยุทธศาสตร์ ‘ขนมครก’ คุมโควิด หลังยอดติดเชื้อพุ่งสูงทุกวัน

23 มิถุนายน 2021
90   0

สมุทรปราการยกระดับ ใช้ยุทธศาสตร์ ‘ขนมครก’ หวังคุมโควิด-19 ให้อยู่หมัด หลังยอดติดเชื้อพุ่งสูงทุกวัน โดยทำการเฝ้าระวังเฉพาะกลุ่มเฉพาะพื้นที่

วันที่ 23 มิ.ย.64 กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อกระทรวงสาธารณสุข จะงหวัดสมุทรปราการ รายงานสถานการณ์โควิด-19 หลังจากที่พบผู้ติดเชื้อติดต่อกันหลายวัน นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) จังหวัดสมุทรปราการ ณ ห้องประชุมปากน้ำ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม

โดยที่ประชุมได้รับทราบมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดสมุทรปราการ ที่มีลักษณะการระบาดที่เป็น Multi Cluster ซึ่งมีการะบาดทั้งในโรงงาน แคมป์คนงานก่อสร้าง ตลาดและชุมชน ซึ่ง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้มอบนโยบาย และมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเน้นการใช้ยุทธศาสตร์ที่สำคัญได้แก่

1.ยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันควบคุมโรค 1) ยุทธศาสตร์ “ขนมครก” โดยทำการเฝ้าระวังเฉพาะกลุ่มเฉพาะพื้นที่ (Sentinel Surveillance) จำนวนประชากร ประมาณ 5% ในคลัสเตอร์หากพบประชากรติดเชื้อ และใช้วัคซีนในการป้องกันควบคุมโรค ซึ่งจะใช้วัคซีนแอสตร้าฯ ส่วนการควบคุมโรคในกลุ่มประชากรกลุ่มที่เป็นไข่ขาว ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มสี่ยง และกลุ่มไม่ติดโรค โดยให้กำหนดพื้นที่ให้ชัดเจน เหมาะสมว่าพื้นที่ใดเป็นไข่แดง พื้นที่ใดเป็นไข่ขาว

และจัดทำแผนที่เป็นวงให้น้อยที่สุดแต่สามารถควบคุมโรคได้ รวมทั้งการพิจารณาการตรวจหาเชื้อโควิด ของหน่วยราชการอื่นหรือภาคเอกชนด้วยวิธีใดๆ ในจังหวัด ในกลุ่มแรงงาน ให้ผ่านเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และพิจารณาให้มีการทำในรูปแบบ Sentinel Surveillance ในโรงงานอุตสาหกรรมที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด

2) ยุทธศาสตร์การ Bubble and seal ให้มีการจำแนกโรงงานออกเป็นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ดำเนินการสุ่มผู้ใช้แรงงานตามบริบทของโรงงาน โดยเบื้องต้นจำแนกผู้ติดเชื้อเข้าระบบการรักษาพยาบาล กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เป็นกลุ่มแข็งแรงอย่าให้มีการติดเชื้อจากภายนอก และไม่ต้องปิดโรงงานให้ประกอบกิจการตามปกติ ดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 28 วัน โดยเจ้าของสถานประกอบการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนงบประมาณและการดำเนินงาน รวมทั้งให้ฉีดวัคซีนประชาชนกลุ่มที่ไม่เสี่ยง/เสี่ยงต่ำที่อยู่รอบๆ โรงงาน

3) ยุทธศาสตร์การควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงาน โดยต้องไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานทั้งภายในจังหวัดและข้ามจังหวัด โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้สั่งการ ดำเนินงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการในการดำเนินงาน

2.ยุทธศาสตร์ด้านการจัดบริการรักษาพยาบาล โดยให้มีการวิเคราะห์ และจำแนกกลุ่มผู้ป่วย สีเขียว สีเหลือง และสีแดง การวิเคราะห์จำนวนเตียงสำหรับการส่งต่อ และการประสานการส่งต่อในระบบระหว่างภาครัฐในจังหวัด ในเขตและส่วนกลาง เช่น โรงพยาบาลสนามในเขต โรงพยาบาลบุษราคัม และให้เพิ่มขีดความร่วมมือของโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดในการรับส่งต่อผู้ป่วยสีเหลือง และสีแดงให้มากขึ้น รวมทั้งการพิจารณาให้ยาฟาวิพิราเวียร์เร็วขึ้น และการนำส่งป่วยจากบ้านมาโรงพยาบาลให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด